“N/A (ยาน)”
| ชื่อจริง/ชื่อเต็ม | Chimaera (ISD-2 Imperial Star Destroyer) |
| ถิ่นกำเนิด | Star Wars Rebels (2014-2018) — Animated Series; Thrawn Trilogy (Legends) / Thrawn Novel Series (Canon) โดย Timothy Zahn; ยุค Galactic Civil War |
| สังกัด/ลูกเรือ | Galactic Empire — เรือธงของ Grand Admiral Thrawn |
| พลัง/ความสามารถ | ยาน Star Destroyer ระดับ Imperial II (ISD-2): ความยาว 1,600 เมตร, Turbolasers 60 กระบอก, Ion cannons หนัก 60 กระบอก, Tractor beam projectors, บรรทุก TIE Fighter ได้ 72 ลำ, Stormtrooper 9,235 นาย |
| บทบาท | เรือธงของ Grand Admiral Thrawn ผู้บัญชาการ 7th Fleet — สัญลักษณ์ของกลยุทธ์ทางทหารขั้นสูง |
| การเติบโต | เรือธงของ Thrawn ตลอดอาชีพการรบ ใช้ในปฏิบัติการกดปราบ Rebellion หลายครั้ง จนถึงยุทธการ Lothal ที่ถูก purrgil พา Thrawn และ Ezra Bridger หายไป |
| ท่าประจำ | รูปทรง Star Destroyer อันเป็นเอกลักษณ์ · สัญลักษณ์ Krayt Dragon บนตัวยาน · สี Imperial Gray |
Chimaera เป็นหนึ่งใน Imperial Star Destroyer ระดับ Imperial II (ISD-2) ของ Galactic Empire ที่ถูกมอบหมายให้เป็นเรือธงของ Grand Admiral Thrawn ผู้บัญชาการ Chiss ที่ฉลาดที่สุดในประวัติศาสตร์จักรวรรดิ ในฐานะเรือธง Chimaera ไม่ได้เป็นเพียงแพลตฟอร์มการรบ แต่คือศูนย์บัญชาการที่สะท้อนปรัชญาการรบของ Thrawn อย่างสมบูรณ์
ชื่อ Chimaera มาจากสัตว์ประหลาดในตำนานกรีกที่มีส่วนประกอบจากสัตว์หลายชนิด — สิงโต แพะ และงู ซึ่งสะท้อนลักษณะของเรือที่ต้องทำหน้าที่หลากหลาย ทั้งการรบ การขนส่ง และการบัญชาการ Chimaera ถูกออกแบบภายในด้วยงานศิลปะที่ Thrawn รวบรวมมาจากวัฒนธรรมต่างๆ ทั่วกาแล็กซี เพราะ Thrawn เชื่อว่าการเข้าใจศิลปะของศัตรูคือการเข้าใจวิธีคิดและจุดอ่อนของพวกเขา
Chimaera ปรากฏชัดเจนที่สุดใน Star Wars Rebels ในฐานะยานรบหลักของ Thrawn ที่ใช้ไล่ล่าและกดปราบกลุ่มกบฏที่ Lothal และระบบโดยรอบ ยานลำนี้เป็นสัญลักษณ์ว่าเมื่อใดที่ Thrawn ออกมาดำเนินการเอง สถานการณ์ย่อมรุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ใน canon ใหม่ (นิยาย Thrawn trilogy โดย Timothy Zahn) Chimaera ปรากฏในปฏิบัติการหลายครั้งที่ Thrawn ใช้ความสามารถด้านกลยุทธ์เหนือเกมคู่แข่งอย่างสม่ำเสมอ การที่ Thrawn มักประจำอยู่บนเดคสังเกตการณ์ของ Chimaera พร้อมงานศิลปะที่เขาเก็บสะสมไว้ กลายเป็นภาพลักษณ์ที่แฟนๆ จดจำได้ดี
จุดจบของ Chimaera (อย่างน้อยในยุค Rebels) คือการถูก purrgil — สิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ที่บินผ่านอวกาศได้ — พาเข้า hyperspace ไปพร้อมกับ Thrawn และ Ezra Bridger ชะตากรรมของยานและผู้โดยสารเป็นเรื่องราวที่แฟนๆ ติดตามต่อมาใน Ahsoka series
ในฐานะ ISD-2 Imperial Star Destroyer Chimaera มีขนาดความยาว 1,600 เมตร ซึ่งถือเป็นยานรบขนาดใหญ่ที่สุดในกองกำลังหน้าหลักของจักรวรรดิ อาวุธหนักประกอบด้วย Heavy Turbolaser Batteries และ Turbolaser Towers รวมกว่า 60 กระบอกสำหรับการรบในอวกาศ, Ion Cannons 60 กระบอกสำหรับทำให้ยานศัตรูเป็นอัมพาต, Tractor Beam Projectors สำหรับจับยึดยานขนาดเล็ก
ด้านกำลังพลและยานรอง Chimaera สามารถบรรทุก TIE Fighter ได้ถึง 72 ลำ รวมถึง AT-AT walkers, AT-ST walkers, Lambda-class shuttles และอาวุธยุทโธปกรณ์อื่นๆ มีกำลังพล Stormtrooper กว่า 9,000 นาย และลูกเรือเต็มรูปแบบ
ความสามารถพิเศษของ Chimaera ภายใต้บัญชาของ Thrawn คือประสิทธิภาพการรบที่เหนือกว่า Star Destroyer ลำอื่นๆ เพราะ Thrawn ใช้กลยุทธ์แบบ 'precise strike' มุ่งโจมตีจุดอ่อนที่วิเคราะห์จากศิลปะและวัฒนธรรมของศัตรู แทนที่จะใช้พลังดิบเดียวอย่างผู้บัญชาการ Imperial คนอื่นๆ
ในฐานะยานแม่ Chimaera เป็นทั้งอาวุธและฐานบัญชาการในตัวเอง สิ่งที่โดดเด่นเป็นพิเศษคือการประดับประดาภายในด้วยงานศิลปะที่ Thrawn รวบรวม ซึ่งทำให้ห้องทำงานของ Thrawn บน Chimaera ดูต่างจาก Star Destroyer ลำอื่นๆ โดยสิ้นเชิง — ผสมผสานระหว่างฐานทัพทหารและแกลเลอรี่ศิลปะ
ยานประจำ Chimaera ประกอบด้วย TIE Fighter ทั้งรุ่นมาตรฐานและ TIE Interceptor สำหรับภารกิจที่ต้องการความเร็วสูง รวมถึง Imperial Troop Transports และยานขนส่งสำหรับปฏิบัติการภาคพื้น ภายใต้บัญชาของ Thrawn ยานทุกลำได้รับการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด มักถูกส่งในจังหวะและรูปแบบที่ศัตรูไม่คาดคิด
สัญลักษณ์ Krayt Dragon ที่ติดอยู่บนตัว Chimaera เป็นเครื่องหมายของ 7th Fleet ภายใต้การบัญชาการของ Thrawn สะท้อนถึงความเป็นนักล่าที่อันตรายและชาญฉลาด
ฉากสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ Chimaera หลายฉากเกิดขึ้นใน Star Wars Rebels ฉากที่ Thrawn ใช้ Chimaera เป็นฐานปฏิบัติการโจมตีกลุ่มกบฏ Lothal อย่างเป็นระบบ แสดงให้เห็นว่า Thrawn ไม่ได้ใช้พลังดิบเดียว แต่วางแผนอย่างพิถีพิถัน
ฉากที่น่าจดจำที่สุดคือ Thrawn ยืนอยู่บน observation deck ของ Chimaera พร้อมงานศิลปะที่วางเรียงรอบๆ ขณะวิเคราะห์ศัตรูและอธิบายกลยุทธ์ — กลายเป็นภาพลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของตัวละครนี้
จุดจบใน season 4 ของ Rebels ที่ purrgil บุกโจมตีและพัน Chimaera ด้วยหนวดขนาดยักษ์ก่อนพาเข้า hyperspace ไปพร้อมกับ Thrawn และ Ezra เป็นฉากที่ดราม่าและไม่คาดคิดที่สุดของซีรีส์ ทิ้งคำถามว่าทั้งสองไปอยู่ที่ใดและจะกลับมาอย่างไร ซึ่งในที่สุดถูกตอบบางส่วนใน Ahsoka series ปี 2023
Chimaera ผูกพันอย่างแยกไม่ออกกับ Grand Admiral Thrawn ซึ่งเป็น Chiss จากกาแล็กซีนอก ผู้ไต่เต้าสู่ยศสูงสุดใน Imperial Navy ผ่านความสามารถที่แท้จริง ไม่ใช่สายสัมพันธ์
Capitan Gilad Pellaeon เป็นผู้บัญชาการรองที่ซื่อสัตย์ของ Chimaera ในฉบับ Legends โดยเฉพาะในนิยาย Thrawn Trilogy ของ Timothy Zahn เขาถือเป็น 'เสียง' ของยาน — ผู้ที่ดำเนินการตามคำสั่งของ Thrawn อย่างมีประสิทธิภาพ
ในเชิงประวัติศาสตร์ Chimaera ยังเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งระหว่าง Thrawn กับนายทหาร Imperial คนอื่นๆ ที่มองว่า Chiss ไม่ควรได้รับตำแหน่งสูงในกองทัพมนุษย์ล้วนๆ ความตึงเครียดนี้ถูกพรรณนาผ่านการที่ Thrawn ต้องพิสูจน์ตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าผ่านชัยชนะ
ในเกม Star Wars: Unlimited Chimaera ปรากฏในฐานะการ์ดยาน (Vehicle card) ที่มักมีพลังงานสูงและเป็นตัวแทนของกลยุทธ์ระดับสูง ในเชิงกลไก การ์ด Chimaera อาจมีความสามารถที่ให้ bonus แก่ยานและลูกเรืออื่นๆ สะท้อนบทบาทในฐานะเรือแม่และศูนย์บัญชาการ
ด้วยจำนวนการ์ด (n=11) Chimaera เป็นหนึ่งในยานที่มีการแสดงตนในระดับปานกลาง แต่ในฐานะยานที่ผูกกับ Thrawn ตัวละครที่มีฐานแฟนคลับแข็งแกร่งมาก การ์ด Chimaera มักได้รับความสนใจจากผู้เล่นที่ชื่นชอบกลยุทธ์เน้น Empire
ในเชิง gameplay ยานขนาด Star Destroyer อย่าง Chimaera มักมีค่าใช้จ่ายสูงแต่ให้ผลลัพธ์คุ้มค่า ผู้เล่นที่ใช้ Chimaera ต้องรอให้ทรัพยากรเพียงพอก่อนส่งออก แต่เมื่อออกมาแล้วมักพลิกกระแสการเล่นได้อย่างมีนัยสำคัญ
- ชื่อ Chimaera ในตำนานกรีกหมายถึงสัตว์ที่เป็นไปไม่ได้ — ซึ่งสะท้อนถึง Grand Admiral Thrawn ผู้ที่ดูเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็น alien สูงสุดในกองทัพ Imperial ที่เน้นมนุษย์ล้วน
- ใน Star Wars Legends (ก่อน Disney reboot) Chimaera ปรากฏในนิยาย Heir to the Empire (1991) ของ Timothy Zahn ซึ่งถือเป็นหนังสือที่สร้าง Expanded Universe อย่างเป็นจริงเป็นจัง และ Thrawn เป็นหนึ่งในตัวละครที่แฟนๆ รักมากที่สุด
- ในการ์ตูน Star Wars Rebels ทีมออกแบบให้ Chimaera มี paint scheme บนตัวยานเพื่อให้แตกต่างจาก Star Destroyer ทั่วไป แสดงถึงบุคลิกของ Thrawn ที่ให้ความสำคัญกับศิลปะและความเป็นปัจเจก
- purrgil ที่ทำให้ Chimaera และ Thrawn หายไปนั้น เชื่อมโยงกับ lore ที่ว่า purrgil เป็นแรงบันดาลใจการค้นพบ hyperspace travel ในตำนาน Star Wars ดั้งเดิม
- Thrawn กลับมาปรากฏตัวใน Ahsoka series (2023) ซึ่งบอกใบ้ว่า Chimaera (หรือยานทดแทน) ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของแผนการของ Grand Admiral
| การ์ด | ชุด | ความหายาก | ราคา |
|---|---|---|---|
| Chimaera - Reinforcing the Center | JTL | Uncommon | ฿4,778 |
| Chimaera - Reinforcing the Center | JTL | Uncommon | ฿468 |
| Chimaera - Reinforcing the Center | JTL | Uncommon | ฿250 |
| Chimaera - Flagship of the Seventh Fleet | SOR | Rare | ฿117 |
| Chimaera - Flagship of the Seventh Fleet | SOR | Rare | ฿59 |
| Chimaera - Reinforcing the Center | JTL | Uncommon | ฿40 |
| Chimaera - Reinforcing the Center | JTL | Uncommon | ฿23 |
| Chimaera - Flagship of the Seventh Fleet | SOR | Rare | ฿14 |
| Chimaera - Reinforcing the Center | JTL | Uncommon | ฿8 |
| Chimaera - Flagship of the Seventh Fleet | SOR | Rare | ฿8 |
| Chimaera - Reinforcing the Center | JTL | Uncommon | ฿8 |