ซาคาซุกิ หรือที่รู้จักในนาม 'อาคาอินุ' คือ Fleet Admiral (พลเรือเอกสูงสุด) ของกองทัพเรือในยุคปัจจุบัน เขากินผลปีศาจ Magu Magu no Mi (ผลหินหลอมเหลว) ชนิด Logia ซึ่งมีอำนาจทำลายล้างสูงสุดในบรรดาผลปีศาจ Logia ทั้งหมด เขาเป็นผู้ที่สังหาร Ace ด้วยมือตัวเองในสงคราม Marineford และเป็นคนที่นำหลักการ 'ความยุติธรรมสมบูรณ์แบบ' มาปรับใช้อย่างสุดโต่ง
โหดร้าย เด็ดเดี่ยว ไม่มีความเมตตา ยึดมั่นในหลักการความยุติธรรมสมบูรณ์แบบที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อกำจัดโจรสลัด
ผล Magu Magu no Mi ให้ความสามารถควบคุมหินหลอมเหลวอุณหภูมิสูงถึง 3,600 องศา ซึ่งสูงกว่าไฟของ Ace อย่างมาก ทำให้ผลของ Ace 'แพ้' ทางธาตุ
Fleet Admiral กองทัพเรือ ผู้บัญชาการสูงสุดในยุคหลัง Marineford แทนที่ Sengoku ที่ลาออก
“ความยุติธรรมที่แท้จริงไม่มีช่องว่างสำหรับความเมตตา”
| ชื่อจริง/ชื่อเต็ม | ซากาซุกิ |
| ถิ่นกำเนิด | มนุษย์ / Grand Line |
| ออกเดินทาง | เข้ารับราชการกองทัพเรือและไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดด้วยหลักการ Absolute Justice |
| สังกัด/ลูกเรือ | จอมพลแห่งกองทัพเรือโลก (Fleet Admiral) · อดีตพลเรือเอก Akainu |
| พลัง/ความสามารถ | ผลปีศาจ Magu Magu no Mi (แมกมา) ประเภท Logia · สร้างและควบคุมแมกมาอุณหภูมิสูงได้ · ถือเป็นผล Logia ที่มีพลังโจมตีสูงที่สุดในซีรีส์ |
| บทบาท | จอมพลสูงสุดของกองทัพเรือ · ตัวแทนหลักการ Absolute Justice ที่ไม่ยืดหยุ่น |
| การเติบโต | ซากาซุกิไม่ได้รับพัฒนาการมากในแง่อุดมการณ์ เขาเป็นตัวละครที่มั่นคงในความเชื่อ Absolute Justice ตลอดและถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของความเข้มงวดสุดขีดของระบบที่ถูกต้องตามกฎหมาย |
| ท่าประจำ | Great Eruption · Ryusei Kazan (อุกกาบาตภูเขาไฟ) · Meigo |
| ท่าไม้ตาย | Ryusei Kazan — ยิงก้อนแมกมาขนาดใหญ่ลงมาจากท้องฟ้าเป็นฝนเผาทุกอย่าง |
ซากาซุกิหรือที่รู้จักในนามฉายา Akainu (อินุแดง) มีประวัติวัยเด็กที่ถูกเปิดเผยน้อยมากในเนื้อเรื่อง One Piece สิ่งที่ทราบแน่ชัดคือเขาเข้าสู่กองทัพเรือตั้งแต่อายุน้อยและยึดมั่นในหลักการ Absolute Justice มาตลอดชีวิต
หลักการ Absolute Justice ของซากาซุกิเชื่อว่าการกำจัดความชั่วร้ายทั้งหมดอย่างสมบูรณ์นั้นคือความดีงามสูงสุด ไม่ว่าจะต้องเสียสละอะไรก็ตาม รวมถึงชีวิตของผู้บริสุทธิ์ที่มีโอกาสปนเปื้อนกับความชั่ว หลักการนี้ตัดกันอย่างคมชัดกับ Moral Justice ของ Kuzan อดีตเพื่อนร่วมงาน
การที่เขาได้รับผล Magu Magu no Mi ซึ่งเป็นผล Logia ที่ให้พลังแมกมาอุณหภูมิสูงสุดในซีรีส์นั้นเหมาะสมอย่างยิ่งกับบุคลิกของเขา ทั้งในแง่ความรุนแรงและความสิ้นเชิงของการทำลายล้าง
ซากาซุกิไต่เต้าขึ้นในกองทัพเรือจนถึงตำแหน่งพลเรือเอก Admiral หนึ่งในสามคนที่ถือเป็นพลังสูงสุดของรัฐบาลโลก เขาได้รับฉายา Akainu ซึ่งแปลว่า 'สุนัขแดง' สะท้อนถึงความดุร้ายและความเชื่อฟังต่อคำสั่งของรัฐบาลโลกอย่างไม่มีเงื่อนไข
ชื่อเสียงของ Akainu แพร่กระจายผ่านเหตุการณ์หลายครั้ง รวมถึงการสั่งโจมตีเรือที่หลบหนีออกจากพื้นที่วิกฤตเพื่อไม่ให้ข้อมูลรั่วไหล ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาพร้อมสังหารแม้กระทั่งพลเรือนที่ไม่เกี่ยวข้องหากมีเหตุผลเพียงพอในการประเมินของตน
หลัง Marineford และการต่อสู้ระหว่างพลเรือเอกเพื่อตำแหน่ง Fleet Admiral ซากาซุกิชนะ Kuzan และขึ้นเป็นจอมพลแห่งกองทัพเรือ ซึ่งทำให้ฝ่าย Absolute Justice มีอำนาจสูงสุดในองค์กร
ผล Magu Magu no Mi เป็นผลปีศาจ Logia ที่ให้พลังควบคุมแมกมาอุณหภูมิสูง ซึ่งในเชิงธรรมชาติแล้วร้อนกว่าไฟปกติมาก ทำให้แมกมาของซากาซุกิสามารถเผาทำลายสิ่งที่ปกติต้านทานไฟได้ รวมถึงเปลวไฟของผล Mera Mera no Mi ของเอซ
นี่คือเหตุผลที่ซากาซุกิสามารถสังหารเอซได้ในอาร์ค Marineford เปลวไฟของเอซซึ่งปกติเป็นผล Logia ที่แข็งแกร่งถูกเอาชนะโดยแมกมาที่ร้อนกว่า ทำให้ Magu Magu no Mi ได้รับการยกย่องว่าเป็นผล Logia ที่มีพลังโจมตีสูงสุดในซีรีส์
นอกจากพลังโจมตีสูง ซากาซุกิยังมี Haki ในระดับสูงสุดที่สอดคล้องกับตำแหน่งพลเรือเอกและจอมพล เขาสามารถต่อสู้กับไวต์เบียร์ดที่ร่างกายเสื่อมโทรมแล้วได้อย่างหนักหน่วง และทิ้งรอยบาดเจ็บที่ลูฟี่หน้าอกซึ่งยังคงเป็นแผลเป็นถาวร
Ryusei Kazan เป็นท่าที่โด่งดังที่สุดของซากาซุกิ เขายิงก้อนแมกมาขนาดใหญ่ขึ้นสู่ท้องฟ้าหลายก้อนพร้อมกัน จากนั้นก้อนแมกมาเหล่านั้นตกลงมาเป็นฝนเผาผลาญพื้นที่กว้าง ท่านี้ถูกใช้ในอาร์ค Marineford อย่างหนักและก่อความเสียหายครั้งใหญ่แก่ทั้งสองฝ่าย
Great Eruption เป็นการระเบิดแมกมาขนาดใหญ่จากร่างกายของเขา สามารถทำลายพื้นที่กว้างรอบตัวในทันที Meigo เป็นการยิงแมกมาตรงไปยังเป้าหมายด้วยความแม่นยำสูง เหมาะสำหรับโจมตีเป้าหมายเดี่ยว
จุดที่ทำให้ท่าของซากาซุกิน่ากลัวเป็นพิเศษคือแมกมายังคงเผาไหม้ต่อไปแม้โจมตีเสร็จแล้ว ดังที่เห็นในกรณีของเอซที่ถูกเผาจากภายในด้วยแมกมาที่ติดค้างในร่างกาย ทำให้บาดแผลจากแมกมาอันตรายกว่าไฟปกติมาก
อาร์ค Marineford คือจุดสูงสุดของบทบาทซากาซุกิในซีรีส์ เขาเป็นผู้ที่สังหารเอซด้วยมือตัวเองซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่สั่นสะเทือนแฟน One Piece มากที่สุด และทำให้ซากาซุกิกลายเป็นตัวร้ายที่แฟนๆ เกลียดชังมากที่สุดคนหนึ่งในช่วงนั้น
การตัดสินใจไล่ตามลูฟี่ที่กำลังหลบหนีออกจาก Marineford ทั้งที่สนามรบใกล้สิ้นสุดแสดงให้เห็นว่าซากาซุกิถือว่าลูฟี่อันตรายพิเศษเนื่องจากมีเลือด 'D.' และเป็นลูกของผู้นำปฏิวัติ เขาพร้อมสังหารแม้กระทั่งคนที่ยังไม่ก่ออาชญากรรมจริงๆ ด้วยเหตุผลเชิงป้องกัน
การที่ซากาซุกิขึ้นเป็น Fleet Admiral ทำให้เกิดความขัดแย้งภายในองค์กรกองทัพเรือ Kuzan ลาออกทันทีแทนที่จะรับใช้ภายใต้คำสั่งของเขา และ Garp ก็แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจน
ซากาซุกิเป็นตัวละครที่ไม่มีพัฒนาการในแง่การเปลี่ยนแปลงอุดมการณ์ เขายึดมั่นใน Absolute Justice ตั้งแต่ต้นจนจบ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงคือตำแหน่งและอำนาจที่เพิ่มขึ้น
ในฐานะ Fleet Admiral ซากาซุกิต้องเผชิญกับความท้าทายที่ซับซ้อนกว่าการต่อสู้โดยตรง เขาต้องจัดการกับการเมืองภายในกองทัพเรือ รับมือกับความไม่พอใจของบุคลากรระดับสูง และเผชิญกับการรุกคืบของโจรสลัดในยุคใหม่ที่ทรงพลังกว่าเดิม
บทบาทของซากาซุกิในเรื่องถูกใช้เพื่อตั้งคำถามต่อผู้อ่านว่าระบบกฎหมายที่ยึดมั่นแน่วแน่แต่ขาดความยืดหยุ่นนั้นยุติธรรมจริงหรือไม่ และเส้นแบ่งระหว่างความยุติธรรมกับความโหดร้ายอยู่ที่ไหน
ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนที่สุดของซากาซุกิคือกับ Kuzan อดีตเพื่อนร่วมงานระดับพลเรือเอก ทั้งสองมีอุดมการณ์ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง การต่อสู้เพื่อตำแหน่ง Fleet Admiral ระหว่างพวกเขาทำลาย Punk Hazard ครึ่งหนึ่งและกินเวลาหลายวัน แสดงถึงพลังที่เท่าเทียมกัน
กับไวต์เบียร์ด ซากาซุกิเป็นศัตรูในเชิงอุดมการณ์ที่ชัดเจน เขามองไวต์เบียร์ดเป็นโจรสลัดอันตรายที่ต้องกำจัด ไม่ใช่คนที่มีค่านิยมเรื่องครอบครัวน่าเคารพ
กับลูฟี่ ซากาซุกิมองในฐานะภัยคุกคามที่ต้องกำจัดโดยเร็ว ไม่ใช่เพราะสิ่งที่ลูฟี่ทำในปัจจุบัน แต่เพราะสายเลือดและศักยภาพที่เขาประเมินว่าจะเป็นอันตรายต่อระบบโลกในอนาคต
ฉายา Akainu แปลว่า 'สุนัขแดง' ซึ่งอ้างอิงทั้งสีของแมกมาและความภักดีแบบสุนัขต่อคำสั่งและอุดมการณ์ของตัวเอง สีแดงของแมกมายังตัดกับฉายา Aokiji (สีน้ำเงิน-Kuzan) และ Kizaru (สีเหลือง) ในระบบสีที่ออดะอากิระออกแบบไว้อย่างเป็นระบบ
การเผชิญหน้าระหว่างซากาซุกิและไวต์เบียร์ดในอาร์ค Marineford ถือเป็นหนึ่งในการต่อสู้ที่ทรงพลังที่สุดในซีรีส์ ไวต์เบียร์ดในสภาพร่างกายเสื่อมโทรมและถูกแทงหลายครั้งยังสามารถสู้กับซากาซุกิและทิ้งรอยบาดเจ็บไว้ได้
ซากาซุกิเป็นหนึ่งในตัวละครไม่กี่ตัวที่สามารถโจมตีลูฟี่และทิ้งบาดแผลถาวรไว้ได้ รอยไหม้ที่หน้าอกซ้ายของลูฟี่ยังคงปรากฏเป็นแผลเป็นตลอดซีรีส์ เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสูญเสียในอาร์ค Marineford
| การ์ด | ชุด | ความหายาก | ราคา |
|---|---|---|---|
| Sakazuki (Championship 2023) | One Piece Promotion Cards | PR | ฿55,800 |
| Sakazuki (Championship 2023) | Paramount War | PR | ฿55,800 |
| Sakazuki (Manga) | The Time of Battle | SR | ฿43,392 |
| Sakazuki (SP) | Kingdoms of Intrigue | SR | ฿2,120 |
| Sakazuki (Alternate Art) | The Time of Battle | SR | ฿1,237 |
| Sakazuki (Alternate Art) | Awakening of the New Era | L | ฿738 |
| Sakazuki (Alternate Art) | Paramount War | SR | ฿170 |
| Sakazuki | Starter Deck 6: Absolute Justice | L | ฿46 |
| Sakazuki (Pirates Party Vol. 7) | One Piece Promotion Cards | PR | ฿22 |
| Sakazuki (Reprint) | Premium Booster -The Best- | SR | ฿15 |
| Sakazuki | Paramount War | SR | ฿13 |
| Sakazuki | Legacy of the Master | R | ฿8 |
| Sakazuki | Awakening of the New Era | L | ฿5 |
| Sakazuki | Emperors in the New World | R | ฿4 |
| Sakazuki | Wings of the Captain | UC | ฿2 |