โครโคไดล์ หรือ 'เซนยา' โครโคไดล์ คืออดีต Shichibukai และหัวหน้า Baroque Works องค์กรลับที่วางแผนยึดอำนาจใน Alabasta โดยใช้สงครามกลางเมือง เขากินผลปีศาจ สุนะ สุนะ โนะ มิ ทำให้กลายเป็นมนุษย์ทราย เขาเป็นศัตรูหลักตัวแรกที่ลูฟี่แพ้อย่างเด็ดขาดถึงสองครั้ง
โครโคไดล์เย็นชาและคำนวณทุกอย่างอย่างเป็นระบบ เขาดูถูกผู้อ่อนแอและไม่เชื่อในอุดมการณ์ แต่กลับมีเส้นที่น่าสนใจคือเขายังมีความเป็นมืออาชีพที่ไม่ทำร้ายคนโดยเปล่าประโยชน์
ผล สุนะ สุนะ โนะ มิ ประเภทโลเจีย ทำให้ร่างกายกลายเป็นทรายได้ สามารถดูดความชื้นออกจากสิ่งมีชีวิตจนเหี่ยวแห้ง และสร้างพายุทรายขนาดใหญ่ได้ จุดอ่อนของเขาคือของเหลว
ศัตรูหลักใน Alabasta Arc และต่อมาเป็นพันธมิตรชั่วคราวของลูฟี่ในสงคราม Marineford
“ฉันไม่เคยพนันกับสิ่งที่ตัวเองแพ้แน่ๆ”
| ชื่อจริง/ชื่อเต็ม | โครโคไดล์ |
| ถิ่นกำเนิด | มนุษย์ / ไม่ระบุ |
| บิดามารดา | ไม่ปรากฏในแคนนอน |
| เกิดที่ | ไม่ระบุ |
| ออกเดินทาง | ออกทะเลและสร้างชื่อเสียงสู่การเป็นชิจิบุไคในที่สุด |
| สังกัด/ลูกเรือ | อดีตชิจิบุไค · ผู้นำ Baroque Works · ต่อมาร่วมกับ Buggy ใน Cross Guild |
| พลัง/ความสามารถ | ผลปีศาจ Logia: Suna Suna no Mi (ทราย) · ควบคุมทรายได้ทุกรูปแบบ · ดูดความชื้นจากสิ่งมีชีวิต |
| บทบาท | ผู้ร้ายหลักใน Alabasta Arc · ต่อมากลายเป็นพันธมิตรชั่วคราว |
| การเติบโต | จากผู้ร้ายที่เย็นชาและทะเยอทะยานสู่นักรบที่ยังคงรักษาศักดิ์ศรีและหลักการของตัวเองไม่ว่าจะอยู่ข้างไหน |
| ท่าประจำ | Desert Spada · Ground Death · Desert Girasole · Sables |
| ท่าไม้ตาย | Ground Secco: Desert Girasole · Crocodile's Poison Hook |
ประวัติวัยเด็กของโครโคไดล์เป็นหนึ่งในปริศนาที่ Oda วางไว้ในซีรีส์ สิ่งที่ทราบแน่ชัดคือเขาเคยเป็นนักรบหนุ่มที่มีความฝันยิ่งใหญ่และออกทะเลด้วยเจตจำนงที่แน่วแน่ ก่อนที่ความเป็นจริงจะทำลายความฝันนั้น
มีการบอกใบ้ในเนื้อเรื่องว่าโครโคไดล์เคยปะทะกับ Whitebeard ในช่วงวัยหนุ่ม และได้รับบาดแผลในการต่อสู้ครั้งนั้น ความพ่ายแพ้นั้นน่าจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาเลิกเชื่อในอุดมคติและหันมาสนใจอำนาจที่จับต้องได้มากกว่า
โครโคไดล์กินผล Suna Suna no Mi ซึ่งเป็นผลปีศาจประเภท Logia ที่ทำให้ร่างกายกลายเป็นทรายได้ ผลนี้ทำให้เขาแทบจะไม่สามารถถูกโจมตีทางกายภาพได้จากนักรบทั่วไป และเป็นรากฐานของอำนาจที่ทำให้เขาขึ้นสู่ตำแหน่งชิจิบุไค
โครโคไดล์สร้างอาณาจักรใต้ดินในชื่อ Baroque Works องค์กรลับที่มีเครือข่ายใน Grand Line โดยเฉพาะในแถบ Alabasta เขาใช้ชื่อรหัสว่า Mr. 0 และซ่อนตัวตนที่แท้จริงจากทุกคนรวมถึงลูกน้องชั้นรอง ขณะเดียวกันเขาดำรงตำแหน่งชิจิบุไคเพื่อเป็นเกราะกำบังและให้กองทัพเรือไม่สงสัย
เป้าหมายของโครโคไดล์ใน Alabasta คือ Poneglyph ที่ซ่อนอยู่ในประเทศ ซึ่งเชื่อกันว่าระบุตำแหน่งอาวุธโบราณ Pluton เขาวางแผนให้ Alabastaตกอยู่ในสงครามกลางเมืองเพื่อยึดอำนาจและเข้าถึง Poneglyph ในความสับสนวุ่นวาย
Suna Suna no Mi เป็นผลปีศาจ Logia ที่ทำให้โครโคไดล์กลายเป็นทรายและควบคุมทรายได้อย่างสมบูรณ์ เขาสามารถสร้างพายุทราย ยิงใบมีดทราย และที่น่ากลัวที่สุดคือดูดความชื้นออกจากสิ่งมีชีวิตทำให้กลายเป็นสิ่งไร้ชีวิตแห้งแล้ง
ในฐานะ Logia เขาสามารถเปลี่ยนร่างกายเป็นทรายทำให้การโจมตีทางกายภาพผ่านทะลุ ยกเว้นน้ำ เลือด หรือของเหลวอื่นๆ ที่สามารถ 'จับ' ทรายได้ ลูฟี่ค้นพบจุดอ่อนนี้ในการต่อสู้ครั้งที่สามโดยใช้เลือดของตัวเองเคลือบกำปั้น
มือซ้ายของโครโคไดล์มีตะขอที่ทาสาร Seastone ซึ่งสามารถทำให้ผู้ใช้ผลปีศาจอ่อนแรง นอกจากนี้ตะขอยังมีพิษซ่อนอยู่ซึ่งเขาใช้ในสถานการณ์ที่ต้องการปิดเกมอย่างเด็ดขาด
Desert Spada คือการสร้างใบมีดทรายขนาดยักษ์วิ่งไปตามพื้นดิน ตัดทุกอย่างที่ขวางทาง ท่านี้ใช้โจมตีในพื้นที่กว้างและทำลายพื้นดินในบริเวณ
Ground Death เป็นท่าที่น่ากลัวที่สุดของโครโคไดล์ เขาวางมือลงบนพื้นแล้วดูดความชื้นออกจากพื้นดินและสิ่งมีชีวิตในรัศมี ทำให้ทุกอย่างกลายเป็นฝุ่นแห้งในพริบตา ท่านี้ใช้กับ Vivi และทหารใน Alabasta เพื่อแสดงอำนาจ
Sables คือการสร้างพายุทรายขนาดใหญ่ที่สามารถกวาดล้างพื้นที่กว้าง ส่วน Desert Girasole ใช้ดูดความชื้นจากร่างกายมนุษย์โดยตรงผ่านการสัมผัส ซึ่งเป็นท่าปิดเกมที่เขาตั้งใจใช้กับ Vivi และลูฟี่ในช่วงท้ายของอาร์ค Alabasta
อาร์ค Alabasta คืออาร์คที่นิยามตัวละครโครโคไดล์อย่างสมบูรณ์ เขาวางแผนมาหลายปีเพื่อให้ Alabasta ล่มสลาย โดยแอบส่งตัวแทนในชื่อ Mr. 2 และคนอื่นๆ เพื่อทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกษัตริย์ Cobra
การเผชิญหน้ากับลูฟี่ถึงสามรอบถือเป็นไดนามิคที่ผิดปกติ ในสองรอบแรกลูฟี่พ่ายแพ้อย่างราบคาบ ก่อนที่รอบสุดท้ายเขาจะยืนขึ้นด้วยพลังบินทะลุ Underground Tomb ขึ้นมาสู่ผิวดิน การแพ้ครั้งนั้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่โครโคไดล์พบศัตรูที่ไม่ยอมล้ม
หลัง Alabasta โครโคไดล์ถูกจำคุกใน Impel Down และถูกปล่อยออกมาในช่วง Marineford War ซึ่งเขาต่อสู้อย่างอิสระโดยไม่สนใจฝ่ายไหน แสดงให้เห็นว่าเขายังคงเป็นตัวละครที่กระทำตามผลประโยชน์ของตัวเองเสมอ
โครโคไดล์เป็นตัวละครที่ 'พัฒนาการ' ของเขาไม่ใช่การเปลี่ยนเป็นคนดี แต่เป็นการเปิดเผยชั้นของตัวตนที่ลึกกว่า เขาไม่ได้เป็นผู้ร้ายที่ชั่วร้ายแบบเส้นตรง แต่เป็นคนที่ถูกความเป็นจริงหักหลัง และตอบโต้ด้วยการเลิกเชื่อใจโลก
ใน Marineford เราเห็นโครโคไดล์ปกป้องลูฟี่จากมือของ Mihawk และต่อสู้กับ Doflamingo อย่างคาดไม่ถึง การกระทำเหล่านี้ไม่ได้บ่งบอกว่าเขากลายเป็นคนดี แต่แสดงให้เห็นว่าเขามีหลักการที่ไม่ยอมให้คนอื่นแทรกแซง
ใน Cross Guild ที่เขาร่วมกับ Mihawk และ Buggy โครโคไดล์แสดงให้เห็นว่าเขายังคงทะเยอทะยานและมีเป้าหมายระยะยาว การที่เขายอมร่วมงานกับคนอื่นแสดงถึงความยืดหยุ่นที่ไม่มีในอาร์ค Alabasta
ความสัมพันธ์กับลูฟี่เป็นหนึ่งในไดนามิคที่น่าสนใจที่สุดในซีรีส์ โครโคไดล์เป็นผู้ร้ายที่ลูฟี่เอาชนะในช่วงแรก แต่ต่อมากลายเป็นพันธมิตรชั่วคราวใน Impel Down และ Marineford ความสัมพันธ์แบบ 'ศัตรูที่ยอมรับกัน' นี้ไม่ค่อยปรากฏในมังงะทั่วไป
กับ Robin โครโคไดล์เคยใช้เธอเป็นเครื่องมืออ่าน Poneglyph ในฐานะ Miss All Sunday แต่เมื่อเธอหักหลังเขาเพื่อช่วยสตรอว์แฮท เขาก็ปล่อยเธอไปโดยไม่แก้แค้น ซึ่งบอกบางอย่างเกี่ยวกับโครดแห่งเกียรติที่เขายึดถือ
กับ Doflamingo โครโคไดล์มีความขัดแย้งชัดเจน ทั้งสองเป็นอาชญากรระดับสูงแต่มีวิธีคิดและจุดยืนต่างกัน โครโคไดล์ดูถูก Doflamingo ว่าเป็นคนที่เล่นการเมืองมากเกินไปโดยไม่มีหลักการ
โครโคไดล์เป็นหนึ่งในผู้ร้ายที่ถูกกล่าวถึงเรื่องเพศสภาพในชุมชนแฟนๆ เนื่องจากการตีความบทสนทนาบางช่วงและความเชื่อมโยงกับ Emporio Ivankov ที่มีความสามารถเปลี่ยนเพศ Oda ยังไม่ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการ
แผลเป็นบนหน้าของโครโคไดล์มาจากการต่อสู้กับ Whitebeard ในอดีต ซึ่งเป็นหนึ่งในรายละเอียดที่ Oda เปิดเผยในการสัมภาษณ์ ความพ่ายแพ้ต่อ Whitebeard น่าจะเป็นจุดที่ทำให้ความฝันแบบ 'นักรบผู้ยิ่งใหญ่' ของเขาพังสลาย
ตะขอของโครโคไดล์เป็นหนึ่งในอาวุธที่น่าจดจำที่สุดในซีรีส์ และมักถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แทนตัวเขาในสื่อประชาสัมพันธ์และของสะสม ตะขอมีสองด้าน ด้านหนึ่งเรียบสำหรับของใช้ทั่วไป ด้านหนึ่งเป็นตะขอสำหรับต่อสู้