อะลาดิน (Aladdin) คือตัวละครเอกจากภาพยนตร์ Aladdin (1992) ของ Disney เด็กหนุ่มยากจนแห่งเมืองอากราบาห์ที่ค้นพบตะเกียงวิเศษและจีนีผู้มีพลังอำนาจมหาศาล ในเกมการ์ด Disney Lorcana อะลาดินปรากฏ 18 เวอร์ชันซึ่งสะท้อนความโด่งดังของตัวละครนี้
มีเสน่ห์ ฉลาดหลักแหลม และใจกว้าง แม้จะเคยโกหกเพื่อปกปิดฐานะของตัวเอง แต่ในท้ายที่สุดเขาเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องเสมอ
อะลาดินมีทักษะการปีนป่ายและคล่องแคล่วในการหลบหนีอย่างเหนือชั้น เขามีพรมวิเศษ Abu ลิงคู่ใจ และจีนีเป็นพันธมิตร
ในการ์ด Lorcana อะลาดินมักมาพร้อมกับ effect ที่ช่วยให้เล่นการ์ดอื่นในราคาถูกลง หรือดึงการ์ดเพิ่ม สะท้อนทักษะการเอาตัวรอดและไหวพริบของเขา
“'Genie, I wish for your freedom.'”
| ชื่อจริง/ชื่อเต็ม | อะลาดิน (Aladdin) หรือที่รู้จักในนาม 'Prince Ali' |
| ถิ่นกำเนิด | Aladdin (1992) — Walt Disney Animation Studios |
| สังกัด/ลูกเรือ | อาณาจักร Agrabah · เจ้าหญิงจัสมิน |
| พลัง/ความสามารถ | ไม่มีพลังพิเศษ · ฉลาดหลักแหลม · ทักษะการปีนป่าย · วางแผนเก่ง · มีโคมไฟวิเศษ (ชั่วคราว) |
| บทบาท | ตัวเอกและพระเอกของเรื่อง · 'Diamond in the Rough' แห่ง Agrabah |
| การเติบโต | จากเด็กขโมยข้าวเพื่อเอาตัวรอดในตลาด Agrabah สู่คนที่เรียนรู้ว่าการเป็นตัวเองคือสิ่งที่มีค่าที่สุด |
| ท่าประจำ | พรมวิเศษ · โคมไฟ Genie · หมวกแดงมีขนนกขาว · กางเกงม่วงพองๆ |
อะลาดิน (Aladdin) คือตัวเอกจากภาพยนตร์แอนิเมชันของ Walt Disney Animation Studios เรื่อง Aladdin ที่เข้าฉายในปี 1992 ได้รับแรงบันดาลใจจากนิทาน 'อะลาดินกับตะเกียงวิเศษ' ในหนังสือนิทาน One Thousand and One Nights (พันหนึ่งราตรี) แต่ Disney ได้ดัดแปลงเรื่องราวและตัวละครใหม่อย่างมีนัยสำคัญ
อะลาดินเป็นเด็กหนุ่มกำพร้าที่อาศัยอยู่ในเมือง Agrabah ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากกรุงแบกแดดและดินแดนตะวันออกกลางในจินตนาการ เขาอาศัยอยู่บนดาดฟ้าของตึกเก่าๆ กับลิงชื่อ Abu และใช้ชีวิตด้วยการขโมยอาหารเพื่อเอาตัวรอด แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังแบ่งอาหารที่ขโมยมาให้เด็กกำพร้าที่หิวโหยกว่า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงจิตใจที่ดีงามแม้จะอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก
ในภาคต่อคือ The Return of Jafar (1994) และ Aladdin and the King of Thieves (1996) อะลาดินได้ออกผจญภัยเพิ่มเติมและในภาคสุดท้ายได้พบกับพ่อแท้ๆ ของเขาคือ Cassim ซึ่งเป็นหัวหน้าโจร 40 คน การค้นพบรากเหง้าของตัวเองและการยอมรับอดีตคือการเติบโตสำคัญในช่วงท้ายของตัวละครนี้
เรื่องราวของอะลาดินเริ่มต้นเมื่อเขาได้พบกับเจ้าหญิงจัสมินที่แอบออกจากวังมาท่องตลาด ทั้งสองตกหลุมรักกันแต่ถูกโชคชะตาพัดแยก อะลาดินถูกจับโดยคนของ Jafar (ที่ปรึกษาราชสำนักผู้ทะเยอทะยาน) และถูกส่งไปที่ถ้ำแห่งความมหัศจรรย์เพื่อเอาโคมไฟวิเศษ
เมื่ออะลาดินได้โคมไฟและพบ Genie ยักษ์แห่งโคมไฟที่สามารถให้พรได้สามประการ เขาตัดสินใจใช้พรข้อแรกเพื่อแปลงตัวเองเป็น 'Prince Ali' เพื่อจะได้สมหวังกับจัสมิน แต่การโกหกเรื่องตัวตนนี้คือหัวใจของความขัดแย้งในเรื่อง เพราะอะลาดินกลัวว่าถ้าจัสมินรู้ว่าเขาเป็นแค่เด็กขโมยข้าว เธอจะไม่รักเขา
ในที่สุดอะลาดินเรียนรู้ว่าการเป็นตัวเองต่างหากที่ทำให้เขาเป็น 'Diamond in the Rough' ที่แท้จริง และในตอนจบเขาใช้พรข้อสุดท้ายเพื่อปลดปล่อย Genie จากโคมไฟ แทนที่จะขอพรเพื่อตัวเอง ซึ่งแสดงถึงการเติบโตทางจิตใจที่สมบูรณ์
อะลาดินเป็นตัวละครที่มีความขัดแย้งภายในที่น่าสนใจ เขาฉลาด กล้าหาญ มีน้ำใจ และมีอารมณ์ขัน แต่ในขณะเดียวกันก็มีความไม่มั่นใจในตัวเองอย่างลึกๆ เขาโตมาในสังคมที่มองว่าเขาเป็นแค่ 'เด็กขโมยข้าว' และความรู้สึกนั้นฝังรากลึกในตัวเขา ทำให้เขาพยายามแสดงตัวเป็นคนที่เขาคิดว่าคนอื่นต้องการ แทนที่จะเป็นตัวเอง
จุดเด่นของบุคลิกอะลาดินคือความสามารถในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและคิดเร็ว เขาเอาตัวรอดในสถานการณ์ที่ยากลำบากมาตลอดชีวิต ทำให้เขามีทักษะการแก้ปัญหาและการปรับตัวที่สูงมาก แต่ทักษะเหล่านี้มักถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดเมื่อเขาคิดว่าการโกหกคือทางออก
ตลอดเรื่อง อะลาดินเรียนรู้ว่าการโกหกอาจแก้ปัญหาได้ในระยะสั้น แต่สร้างปัญหาใหญ่กว่าในระยะยาว และที่สำคัญ ตัวตนที่แท้จริงของเขาต่างหากคือสิ่งที่มีคุณค่า ไม่ใช่ตัวตนที่สร้างขึ้นมา
แม้อะลาดินจะไม่มีพลังพิเศษใดๆ แต่เขามีทักษะที่ฝึกมาจากชีวิตจริง เขาเป็นนักปีนป่ายที่เก่ง วิ่งหนีในตลาดได้อย่างคล่องแคล่ว คิดแผนและตัดสินใจได้เร็ว และยังเก่งในการโน้มน้าวคน รวมถึงการหาทางออกในสถานการณ์ที่ดูเหมือนไม่มีทางออก
ความสามารถที่ลึกซึ้งกว่านั้นคือความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น แม้จะอยู่ในฐานะยากจนและขัดสน แต่เขายังแบ่งปันให้คนที่ยากไร้กว่า และยังเป็นมิตรกับ Abu ลิงที่คอยอยู่เคียงข้างเขาตลอดมา ความอบอุ่นใจนี้คือสิ่งที่ทำให้ Genie เรียกเขาว่า 'Diamond in the Rough'
ในเชิงความบันเทิง อะลาดินเป็นตัวละครที่มีอารมณ์ขันและมีพลัง การผจญภัยด้วยพรมวิเศษ การต่อสู้กับ Jafar และ Iago และการใช้ชีวิตในเมืองอาหรับจินตนาการล้วนทำให้เรื่องราวของเขาสนุกสนานและน่าติดตาม
ฉากที่ดังที่สุดของอะลาดินคือฉากพรมวิเศษที่เขาพา Jasmine บินชมเมืองในยามค่ำคืน พร้อมเพลง 'A Whole New World' ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในฉากโรแมนติกที่สวยงามที่สุดในประวัติศาสตร์ Disney แสงดาวและทิวทัศน์เมืองต่างๆ ที่พวกเขาบินผ่านสร้างภาพที่ติดตรึงในใจคนดูมาหลายรุ่น
ฉากที่อะลาดินพบ Genie ครั้งแรกใน Cave of Wonders ก็เป็นหนึ่งในฉากที่คนจดจำมากที่สุด เพราะ Genie ในแบบของ Robin Williams เป็นการแสดงที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อนในแอนิเมชัน ด้วยการด้นสดและมุขตลกที่ล้ำสมัยอย่างเหลือเชื่อ
โมเมนต์ที่อะลาดินใช้พรข้อสุดท้ายเพื่อปล่อย Genie แทนที่จะขอเป็นเจ้าชาย คือจุดสูงสุดของการพัฒนาตัวละคร และเป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่สะเทือนอารมณ์ที่สุดในภาพยนตร์ เพราะมันแสดงว่าเขาเรียนรู้แล้วว่าการให้มีค่ากว่าการรับ
เพลง 'A Whole New World' คว้ารางวัล Academy Award สาขา Best Original Song ปี 1993 และ Golden Globe ในปีเดียวกัน กลายเป็นหนึ่งในเพลงประกอบภาพยนตร์ดิสนีย์ที่โด่งดังที่สุดตลอดกาล เพลง 'Friend Like Me' และ 'Prince Ali' ที่ขับร้องโดย Genie (เสียงของ Robin Williams) ก็กลายเป็น classic ที่คนจดจำ
ภาพยนตร์ Aladdin ปี 1992 ทำรายได้กว่า 217 ล้านดอลลาร์ในอเมริกาเหนือ และได้รับการนำไปสร้างเป็น Broadway Musical ที่ยังคงแสดงอยู่จนถึงปัจจุบัน รวมถึงการสร้างใหม่เป็น Live-Action ในปี 2019 ที่มี Mena Massoud รับบทอะลาดิน ยืนยันความเป็น classic ที่ข้ามยุคสมัย
ในเกมการ์ด Disney Lorcana อะลาดิน (Aladdin) ปรากฏใน 18 เวอร์ชัน ครอบคลุมหลายด้านของตัวละคร ตั้งแต่อะลาดินในฐานะเด็กขโมยข้าวที่ว่องไว ไปจนถึง Prince Ali ที่สวมชุดหรูหรา การ์ดอะลาดินมักมีความสามารถที่เน้นความคล่องแคล่ว ความเร็ว หรือการแอบซ่อน สะท้อนทักษะที่เขาพัฒนามาจากชีวิตในตลาด Agrabah
การ์ดในชุดต่างๆ มักจับภาพช่วงเวลาสำคัญของตัวละคร เช่น ฉากบนพรมวิเศษ ฉากในถ้ำมหัศจรรย์ หรือฉากต่อสู้กับ Jafar ทำให้การ์ดเหล่านี้น่าสะสมสำหรับทั้งแฟนตัวละครและนักเล่นเกม Disney Lorcana ที่ต้องการใช้กลยุทธ์ความเร็ว
ตัวละครอะลาดินในภาพยนตร์ปี 1992 ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปลักษณ์ของ Tom Cruise ในช่วงต้นอาชีพ นักวาดภาพของ Disney ใช้ภาพถ่ายของ Cruise เป็นแนวทางในการออกแบบท่วงท่าและสีหน้าของอะลาดิน ซึ่งทำให้เขาดูแตกต่างจากตัวละครพระเอก Disney ยุคก่อนหน้าที่มักดูเป็นผู้ใหญ่กว่า
เสียงพากย์ Genie โดย Robin Williams ในภาพยนตร์ปี 1992 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในวงการแอนิเมชัน เพราะ Williams ด้นสดและพูดมุขตลกอ้างอิงวัฒนธรรมป็อปมากมายที่ไม่ได้อยู่ในสคริปต์ ทำให้ทีม animators ต้องวาดภาพตามเสียงพากย์แทนที่จะทำกลับกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาในวงการ
ในปี 2019 Disney สร้าง Aladdin เวอร์ชัน Live-Action กำกับโดย Guy Ritchie และมีนักแสดงที่มีเชื้อสายตะวันออกกลางและเอเชียใต้เล่น เพื่อตอบสนองต่อคำวิจารณ์เรื่องความหลากหลาย ภาพยนตร์เวอร์ชันนี้ทำรายได้ทั่วโลกกว่า 1 พันล้านดอลลาร์
| การ์ด | ชุด | ความหายาก | ราคา |
|---|---|---|---|
| Aladdin - Heroic Outlaw | The First Chapter | Super_rare | ฿8 |
| Aladdin - Barreling Through | Whispers in the Well | Rare | ฿6 |
| Aladdin - Research Assistant | Archazia's Island | Rare | ฿6 |
| Aladdin - Vigilant Guard | Reign of Jafar | Rare | ฿6 |
| Aladdin - Intrepid Commander | Azurite Sea | Uncommon | ฿4 |
| Aladdin - Prince Ali | The First Chapter | Common | ฿3 |
| Aladdin - Street Rat | The First Chapter | Common | ฿3 |
| Aladdin - Brave Rescuer | Ursula's Return | Uncommon | ฿3 |
| Aladdin - Resolute Swordsman | Ursula's Return | Common | ฿3 |
| Aladdin - Prince Ali | Fabled | Common | ฿2 |
| Aladdin - Cornered Swordsman | The First Chapter | Common | ฿1 |
| Aladdin - Fearless Navigator | Azurite Sea | Common | ฿1 |
| Aladdin - On the Edge of Adventure | Winterspell | Common | ฿1 |
| Aladdin - Heroic Outlaw | The First Chapter | Enchanted | — |
| Aladdin - Intrepid Commander | Promo Set 2 | Promo | — |
| Aladdin - Vigilant Guard | Promo Set 2 | Promo | — |
| Aladdin - Barreling Through | Whispers in the Well | Epic | — |
| Aladdin - On the Edge of Adventure | Winterspell | Epic | — |